การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่กดดันที่สุดของเด็กไทย ทั้งการต้องเตรียมสอบหลายวิชา การแข่งขันที่สูงขึ้นในทุกปี และเวลาที่มีน้อยนิดจนแทบจะไม่พอ แต่ข่าวดีคือ… น้อง ๆ ยังมีโอกาสพลิกเกมได้เสมอ ต่อให้เวลาจะเหลือน้อยก็ตามค่ะ!
พี่ลินแห่ง Lyn and Learn ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี และรู้ว่าน้อง ๆ ส่วนใหญ่อ่านหนังสือไม่ทันกันแน่เลย พี่ลินจึงได้เขียนบทความนี้มาเพื่อเป็นเทคนิคที่ใช้ในการเตรียมตัวเพื่ออ่านหนังสือสอบกันค่ะ เวลาน้อย ใช้สอยอย่างคุ้มค่า ทุกวินาทีมีค่าเสมอ จะมีเทคนิคอะไรบ้าง มาอ่านกันได้เลย!
หลายคนมีความเข้าใจผิดว่า “อ่านเยอะ = คะแนนเยอะ”
แต่ความจริงแล้ว ในช่วงเวลาที่เวลานั้นสำคัญมาก ๆ ถ้าอ่านให้หมด เวลาจะไม่พอให้ได้อ่านวิชาอื่นแน่ น้อง ๆ จำเป็นต้องมีทักษะต่อไปนี้:
-
เลือกสิ่งที่ต้องอ่านจริง ๆ ไม่ใช่อ่านทุกหน้า
-
รู้จุดอ่อนตัวเอง และแก้ให้ทันก่อนสอบ
-
อ่านให้เข้าใจมากกว่าอ่านให้จบ
-
วางแผนการอ่านให้เป็นระบบ เพื่อใช้เวลาที่มีให้คุ้มที่สุด
ดังนั้น 7 เทคนิคที่ควรทำ เมื่อรู้ตัวว่าอ่านหนังสือไม่ทันแน่นอน จึงออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณ
“อ่านน้อยลง แต่ได้คะแนนมากขึ้น”
1. เทคนิคที่ได้ผลเร็วที่สุด คือ ใช้ภาพช่วยจำ
หนึ่งในวิธีที่ช่วยดึงประสิทธิภาพสมองได้ดีคือ “สรุปเป็นภาพ” (Visual Summary) เช่น
-
Mind Map
-
Diagram
-
Infographic
-
Flowchart
ทำไมถึงได้ผลเร็วที่สุด ?
-
เพราะสมองจดจำภาพได้ดีกว่าตัวหนังสือถึงหลายเท่า
-
ช่วยทำให้ข้อมูลกระจายตัวเป็นหมวดหมู่ อ่านง่าย
-
ลดเวลาทบทวน เหลือเพียงแค่ดูภาพรวมแทนการอ่านทุกรายละเอียด
สำหรับวิธีในการสรุปเป็นรูปภาพที่อ่านได้ง่าย เราอาจวาดรูปประกอบด้วยก็ได้ แต่ที่สำคัญที่สุด คือ น้อง ๆ ต้องอ่านมาก่อน และเขียน mind map โดยใช้ความจำของเรา 100% นะคะ ไม่อนุญาตให้อ่านหนังสือและเขียนตามหนังสือนะ แบบนั้นไม่ช่วยอะไรค่ะ
2. แยกเนื้อหาออกเป็นทีละบท แทนที่จะอ่านทีเดียวจบ
ในหนังสือ มีเนื้อหาเยอะแยะมากมาย และเนื้อหาทั้งหมดถูกแบ่งเอาไว้เป็นบทอยู่แล้ว เราก็ควรอ่านเป็นบทค่ะ พี่ลินไม่แนะนำให้อ่านรวดเดียว ทีเดียวจบหมดทั้งเล่มนะ การอ่านแบบนั้น ถ้าเราไม่มีสมาธิที่มากพอ เนื้อหามันจะปะปนกัน และเราจะลืมได้ง่าย
ทางที่ถูกคือ ทำสรุปโดยแบ่งเนื้อหาเป็นบท ๆ ไป
เมื่อเราแบ่งเนื้อหาออกเป็นบทแล้วจะทำให้เห็นภาพรวมว่า
-
บทไหนยากที่สุด และบทไหนง่ายที่สุด
-
เนื้อหาบทไหนเยอะที่สุด
-
เนื้อหาใดที่ควรเน้น และออกสอบบ่อยมากที่สุด
ยิ่งเราทำสรุปเป็นระเบียบ และใช้ตัวอักษรน้อย ใช้สีสันแยกในแต่ละหมวดหมู่ แต่ละหัวข้อ ยิ่งดีค่ะ มันก็จะส่งผลให้การอ่านทบทวนยิ่งทำได้ง่าย ผลก็คือ ใช้เวลาอ่านน้อยลงนั่นเองค่ะ
3. โฟกัสจุดอ่อนของตัวเองก่อน เพราะมันเพิ่มคะแนนได้จริง
ในการที่จะรู้จุดอ่อนของตัวเองนั้น ให้เราลองทำข้อสอบดูก่อนเลยค่ะ ตรงไหนที่เรายังทำไม่ได้ จำสูตรไม่ได้ หรือจำเนื้อหาไม่ได้ จุดนั้นแหละคือจุดอ่อนของเรา แต่ถ้าเราทำข้อสอบไม่ได้เลย แนะนำให้อ่านหนังสือใหม่ แล้วค่อยมาทำข้อสอบนะคะ
และเมื่อเราค้นพบจุดอ่อนของตัวเองแล้ว อ่านเนื้อหาตรงนั้นเยอะ ๆ เลยค่ะ ทำสรุปเพิ่มเติมเข้าไป และกลับมาทำข้อสอบใหม่ การทำแบบนี้ จะช่วยกลบจุดอ่อนน้อง ๆ ได้อย่างแน่นอน และจุดอ่อนจะกลายเป็นจุดแข็งของเราขึ้นมาทันที
4. ลองทำสรุปโดยไม่เปิดหนังสือ
Active Recall คือการ ดึงความจำมาใช้โดยไม่เปิดหนังสือ เช่น
-
ปิดหนังสือแล้วลองเล่าบทเรียนให้ตัวเองฟัง
-
เขียนสรุป ทำ mind map จากความจำแบบไม่ดูหนังสือ
-
ทำโจทย์หลังอ่านเสร็จทันที หรือสุ่มทดสอบตัวเอง เพื่อทดสอบความจำระยะยาว
การทำแบบนี้ จะช่วยให้สมองของเราได้ออกกำลังกายมากขึ้น บริหารกล้ามเนื้อสมองได้มากขึ้น แทนที่จะอ่านหนังสือไป ทำสรุปไป สิ่งนี้ไม่ได้ช่วยให้สมองของเราได้ออกแรงเลย เหมือนเราอ่านด้วยตา และใช้มือเขียนสรุปแค่นั้นค่ะ แต่จะให้จำได้จริง ๆ ต้องไปทำข้อสอบค่ะ วัดสมองของเราแน่นอน
5. ฝึกทำข้อสอบจริงให้มากที่สุด
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็น การสอบกลางภาค, สอบเข้ามหาวิทยาลัย สอบเทียบ GED หรือการสอบใด ๆ ก็ตาม ทั้งหมดนี้มี “แนวโน้มออกซ้ำ” หรือ “รูปแบบคล้ายกัน” อยู่เสมอ ๆ ค่ะ
ถ้าเวลาเหลือน้อย วิธีที่เร็วที่สุดคือ
ทำข้อสอบเก่าปีล่าสุด + อ่านเฉลยอย่างละเอียด
ข้อดีของการทำวิธีนี้คือ:
-
รู้ทันรูปแบบข้อสอบที่ชอบออก หรือออกบ่อย
-
ชินกับเวลาสอบ ( ถ้าเกิดว่าน้อง ๆ จับเวลาสอบขณะทำการทดสอบไปด้วย )
-
เห็นโครงสร้างวิชาทั้งหมด
-
รู้วิธีคิดของผู้ออกข้อสอบ
อย่าเพียงแค่ทำข้อสอบ แต่ต้องวิเคราะห์ข้อที่เราทำผิดด้วย
ถ้าทำได้ คะแนนเต็มอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ
6. 1 สัปดาห์ เราจะอ่านวิชาอะไรบ้าง วางแผนเลย
การอ่านแบบเร่งด่วนต้องมีแผนที่ ชัดเจนและทำได้จริง เช่น
ตัวอย่างแพลน 7 วันสุดท้าย
-
วัน 1: ไทย + อังกฤษ ทำข้อสอบของวิชานั้น
-
วัน 2: คณิต ทำข้อสอบของวิชานั้น
-
วัน 3: วิทยาศาสตร์ ทำข้อสอบของวิชานั้น
-
วัน 4: ฟิสิกส์ ทำข้อสอบของวิชานั้น
-
วัน 5: เคมี ทำข้อสอบของวิชานั้น
-
วัน 6: ชีวะ ทำข้อสอบของวิชานั้น
-
วัน 7: ทำข้อสอบจริง 1 ชุด + ปรับแผนการอ่าน
เคล็ดลับ:
ใช้เทคนิค Pomodoro อ่าน 25 นาที พัก 5 นาที จะช่วยให้อ่านหนังสือได้นานขึ้นโดยที่สมองของเราไม่ล้า ไม่เสียสมาธิในการอ่านแน่นอน
7. นอนให้พอ ดีกว่าอ่านดึกจนเบลอ
การนอนสำคัญเพราะเป็นช่วงที่สมองได้จัดระเบียบความจำ ฟื้นฟูตัวเอง และรีเซ็ตพลังให้พร้อมเรียนรู้ใหม่ เมื่อเรานอนพอ ความจำจะดีขึ้น คิดวิเคราะห์ได้ไว มีสมาธินานขึ้น และควบคุมอารมณ์ได้ดี จึงทำให้การอ่านหนังสือและการทำข้อสอบมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ในทางกลับกัน การอดนอนจะทำให้ลืมง่าย โฟกัสไม่ได้ และทำคะแนนได้ต่ำ การนอนเป็นสิ่งที่ใครหลายคนมองข้ามกันมากที่สุดเลยค่ะ หลาย ๆ คนอาจมองว่าการอดหลับอดนอนอ่านหนังสือเป็นการกระทำที่ดูเท่ จริง ๆ แล้ว สมองของเราก็ต้องการพักผ่อนนะคะ
สมองที่พักเพียงพอจะมีความสามารถด้าน การคิดวิเคราะห์, การแก้โจทย์, การอ่านจับใจความ ดีขึ้นอย่างชัดเจน
แต่ถ้าเราอดนอนบ่อย ๆ ผลที่ตามมาย่อมไม่ดีแน่นอน เช่น
-
ความเร็วในการคิดช้าลง
-
ทำโจทย์ผิดง่าย
-
อ่านแล้วไม่เข้าใจ
-
โฟกัสไม่ได้
นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลายคนอ่านทั้งคืนแต่ทำข้อสอบจริงได้แย่ลงนั่นเองค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ “อ่านเยอะแค่ไหน” แต่คือ อ่านให้ถูกวิธีและตรงจุดมากแค่ไหน พี่ลินลินเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ที่ต้องอ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัย ภายใต้เวลาที่กดดันมาก ๆ และการแข่งขันยิ่งสูงขึ้นทุกปี ขอให้น้อง ๆ สอบติดในคณะที่คาดหวังกันนะคะ
สำหรับน้องคนไหนที่กำลังจะยื่นพอร์ตเข้ามหาวิทยาลัย พี่ลินได้เขียนบทความเทคนิคทำพอร์ตยังไงให้จึ้ง! เอาไว้แล้วค่ะ คลิกเพื่ออ่านได้เลย!
น้องคนไหนที่กำลังจะสอบสัมภาษณ์ Lyn and Learn มีเทคนิคในการเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ดี ๆ มาฝากกันค่ะ จิ้มตรงนี้เลย!
และถ้าน้องคนไหนอ่านหนังสือแล้วรู้สึกว่า อ่านเท่าไรก็ไม่เข้าหัวซักที บางที..เราอาจแค่ต้องการติวเตอร์ พี่ลินได้ทำ checklist เอาไว้แล้วค่ะ บางที การติวกับติวเตอร์ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับเรากว่านะคะ คลิกเพื่ออ่านได้เลย!
แต่ถ้าน้องคนไหนที่มีแพลนในการเรียนต่อที่ชัดเจนอยู่แล้ว และไม่ต้องการอ่านหนังสือแข่งกับเวลา ลองหันมาหาการสอบ GED ดูไหมคะ อายุ 16 ก็จบ ม.ปลายได้แล้วน้า ยื่นเรียนต่อต่างประเทศได้แบบสบาย ๆ เลยด้วย! มหาวิทยาลัยในไทยก็เปิดรับนักเรียนที่สอบเทียบวุฒิ GED เยอะด้วย! และถ้าเกิดว่ายังไม่รู้จัก GED พี่ลินลินทำสรุปไว้แล้วค่ะ อ่านได้เลยนะ!
คอร์สของเรามีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ชีทติว ไปจนถึง Full Course!
อยากสอบผ่าน GED ในการสอบแค่รอบเดียวมั้ย ?
ติวกับพี่ลินลินและทีม Lyn and Learn มีแบบไหนบ้าง?
- คอร์สเรียนแบบติวด้วยตนเอง
- ติวสดออนไลน์กับพี่ลินและพี่ ๆ ติวเตอร์ที่มากประสบการณ์ ไม่เข้าใจตรงไหน ถามตรงนั้นได้เลย!
Set ติวด้วยตนเองมีแบบไหนบ้าง?
- ชีทสรุปลินลิน อ่านง่าย เนื้อหาแน่น รวบรัด พร้อมสอบ!
- คอร์สวีดีโอลินลิน ปูพื้นฐานพร้อมเทคนิค เนื้อหาจัดเต็ม กระชับ เข้าใจง่าย
ไม่ว่าจะเลือกติวแบบไหน.. หากไม่เข้าใจถามพี่แอดมินได้ทันที! ไม่ต้องกลัวเคว้งคว้างเลยนะจ๊ะ
เลือกติวกับทีม Lyn and Learn
พาน้อง ๆ สอบผ่านมามากกว่า 1,000 คน เหล่าคนดังก็ไว้วางใจเลือกติวกับพี่ลินลิน
ปรึกษาฟรี! สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line :@Lynandlearn (มี @)
หรือติดต่อได้ทาง Facebook : Lyn and Learn ติวสอบ GED แบบยืนหนึ่ง