Have a question?
Message sent Close

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า “GED” กลายเป็นคำที่พบได้บ่อยในกลุ่มนักเรียน ผู้ปกครอง และคนที่ต้องการทางเลือกด้านการศึกษาที่ รวดเร็ว ยืดหยุ่น  ตอบโจทย์คนที่ทั้งเรียนและทำงานไปด้วย อีกทั้งยังได้รับการยอมรับระดับสากล ทำให้ในสมัยนี้ หลายคนหันมามองการสอบเทียบ GED เป็นเส้นทางใหม่ที่จะช่วยให้ “จบ ม.ปลาย” ได้เร็วกว่าเดิม และสามารถใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศได้จริง และไปถึงฝันที่วางไว้ได้เร็วกว่าเดิม

และในบทความนี้ พี่ลินลินแห่ง Lyn and Learn จะพาคุณทำความเข้าใจอย่างละเอียดว่า GED คืออะไร ทำไมสมัยนี้คนไทยจึงนิยมสอบมากขึ้น และเหมาะกับใครบ้าง น้อง ๆ ที่กำลังมองหาทางเลือกในการเรียนใหม่ ๆ ต้องอ่านเลยค่ะ

GED คืออะไร สรุปทุกรายละเอียด ครบจบ อัพเดต 2026

GED คืออะไร ?

GED ย่อมาจาก General Educational Development
เป็นการทดสอบมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่ เทียบเท่าวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายของอเมริกา (High School Diploma) ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยได้รับรองวุฒิการศึกษานี้ให้เทียบเท่าได้กับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของประเทศไทย

เมื่อสอบผ่านครบ 4 วิชา ผู้สอบจะได้รับใบรับรองระดับสากล ที่สามารถใช้ยื่นเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย โดยเฉพาะหลักสูตรนานาชาติ (International Program) ที่ส่วนใหญ่เปิดรับวุฒิ GED กันอย่างแพร่หลาย

การสอบเทียบ GED ประกอบไปด้วยวิชาอะไรบ้าง

การสอบ GED ประกอบด้วย 4 วิชา ข้อสอบทุกวิชาเน้นการ วิเคราะห์ข้อมูล และ การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ไม่ได้เน้นการท่องจำ และข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ดังนั้นการเตรียมทักษะภาษาอังกฤษจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้สอบสามารถเลือกสอบทีละวิชาได้ ไม่จำเป็นต้องสอบทั้งหมดในวันเดียว ทำให้การเตรียมตัวมีความยืดหยุ่นมากกว่าแบบการศึกษาปกติ 

ตัวข้อสอบ GED แต่ละวิชา จะมีคำถามหลายรูปแบบ เช่น

  • Hot-Spot ใส่จุดพิกัดในช่องคำตอบให้ถูกต้อง
  • Fill in the Blanks เติมคำในช่องว่าง
  • Drag and Drop ลากคำตอบไปใส่ในช่องว่าง
  • Drop down เลือกคำตอบจากรายการที่ดรอปลงมาให้เลือก
  • Multiple Choices  เลือกคำตอบให้ถูกต้อง

1. Reasoning Through Language Arts (RLA)

วิชานี้เน้นทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิเคราะห์ เช่น

  • ทักษะการอ่านจับใจความ

  • ทักษะวิเคราะห์บทความ

  • ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ

  • การเขียนเชิงอธิบาย/เชิงวิเคราะห์ (Essay)

75% ของบทความจะมาจากบทความนานาชาติ เช่น บทความวิทยาศาสตร์ ข่าว หรือเรื่องการทำงาน

25%  จะมาจากบทความที่มาจากวรรณคดีต่าง ๆ

ผู้สอบต้องอ่านบทความยาวและตอบคำถามวิเคราะห์ รวมถึงเขียน Essay ให้มีโครงสร้างชัดเจน ซึ่งถือเป็นวิชาที่ใช้เวลาในการสอบมากที่สุดในทั้ง 4 วิชา คือ 150 นาที หรือ 2 ชั่วโมงครึ่ง

2. Mathematical Reasoning

GED Math จะยังคงเน้นไปที่การวัดทักษะการเลือกใช้สูตรและการคิดเลขให้สอดคล้องกับโจทย์ที่กำหนดให้ และการแก้ปัญหาทางพีชคณิต และเนื้อหาข้อสอบอาจมีเสริม quadratic equation เข้าไปด้วย

การสอบในวิชาคณิตศาสตร์ จะมีเวลาสอบอยู่ที่ 115 นาที หรือ 1 ชั่วโมง 55 นาที และเนื้อหาที่ออกสอบหลัก ๆ จะมีดังนี้

  • พีชคณิต Algebra ( ออกสอบมากที่สุด )
  • การใช้เหตุผลเชิงปริมาณ Quantiative Reasoning 
  • กราฟและเรขาคณิต
  • สมการ

ข้อสอบจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข ในการทำข้อสอบ ซึ่งข้อสอบจะเป็นเลขพื้นฐานทั่วไป บวก ลบ คูณ หาร การคิดคำนวณที่ไม่ได้ซับซ้อนมาก ซึ่งจะมีกระดาษมาให้ สำหรับทดเลข

ส่วนที่ 2 อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข ในการทำข้อสอบ ซึ่งเครื่องคิดเลขทางศูนย์สอบจะเตรียมเอาไว้ให้ค่ะ

3. Science

ข้อสอบ GED Science จะมีด้วยกันทั้งหมด 50 ข้อ ใช้เวลาสอบ 90 นาที เนื้อหาที่ออกสอบครอบคลุม 3 หมวด ได้แก่

    • Life Science หรือวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต จะมี 40% ของข้อสอบทั้งหมด

             เนื้อหาที่ออกสอบ เช่น เซลล์, พันธุกรรม, ระบบ ecosystem และ การวิวัฒนาการ เป็นต้น

    • Physical Science หรือวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและฟิสิกส์ จะมี 20% ของข้อสอบทั้งหมด โดยเนื้อหาที่ออกสอบจะมีประมาณนี้ 

              ธาตุและสารประกอบ, ปฎิกิริยาเคมี, แรง และ พลังงาน

    • Earth and Space Science หรือวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโลกและอวกาศ จะมี 20% ของข้อสอบทั้งหมด เนื้อหาจะมีประมาณนี้

              สภาพภูมิอากาศ, ระบบสุริยะ, และ เนื้อหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธรณีวิทยา

แต่โดยหลัก ๆ แล้ว ก็คือเนื้อหาจากวิชา ฟิสิกส์ ชีวะ เคมี ผู้สอบจะต้องตีความกราฟ ตาราง การทดลอง และข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อตอบคำถาม 

4. Social Studies

วิชาสังคม จะวัดความรู้ ความเข้าใจเหตุการณ์ต่าง ๆ ของบ้านเมือง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะมีเวลาให้สอบ 70 นาที และเนื้อหาที่ออกสอบจะมีประมาณนี้ค่ะ

หน้าที่พลเมืองและการปกครอง ( Civics and Government ) ประมาณ 50%

ประวัติศาสตร์อเมริกา ( U.S. History  ) ประมาณ 20%

เศรษฐศาสตร์ ( Economics ) ประมาณ 15%

ภูมิศาสตร์ (Geography & World History ) ประมาณ 15%

ระดับคะแนนสอบ GED แบ่งได้ 4 ระดับด้วยกัน

  1. Below Passing Score ระดับนี้จะต่ำกว่าเกณฑ์ที่สอบผ่าน หรือสอบตกนั่นเอง ช่วงคะแนนจะอยู่ที่ 100 – 144 คะแนน หากสอบไม่ผ่าน สามารถจองสอบใหม่ได้ทันที โดยแต่ละวิชาสามารถสอบใหม่ได้สูงสุด 3 ครั้งด้วยกัน ถ้าหากว่ารอบที่ 4 ก็ยังไม่ผ่าน จะต้องเว้นระยะการสอบ 60 วัน และจะเว้น 60 วันเรื่อย ๆ ต่อครั้งหนึ่ง
  2. Passing Score ระดับนี้จะถือว่าสอบผ่าน เกณฑ์คะแนนจะอยู่ที่ 145 – 164 คะแนน
  3. College Ready Score ระดับนี้ก็ถือว่าสอบผ่าน และสามารถนำไปยื่นโดยตรงกับมหาวิทยาลัยได้เลย เกณฑ์คะแนนจะอยู่ที่ 165 – 174 คะแนน
  4. College Ready + Credit Score ระดับนี้ก็สอบผ่าน และเป็นคะแนนที่สูงมาก โดยอาจได้รับข้อเสนอพิเศษจากทางมหาวิทยาลัย หรือได้รับทุนเรียนต่อ หรือสามารถเดินเข้ามหาวิทยาลัยได้เลย โดยไม่ต้องแข่งกับใคร เกณฑ์จะอยู่ที่ 175 – 200 คะแนน

GED Ready คืออะไร?

GED Ready คืออะไร

GED Ready คือข้อสอบจำลองของข้อสอบ GED ซึ่งใครก็ตามที่จะสมัครสอบ GED ทางระบบสมัครสอบจะบังคับให้เราทำข้อสอบ GED Ready ให้ผ่านก่อนจึงจะสมัครสอบจริงได้ (145 คะแนนขึ้นไป/วิชา เท่ากับเกณฑ์การสอบผ่านของข้อสอบจริง) โดยมีด้วยกัน 4 วิชาเหมือนข้อสอบจริง ใครสอบผ่านวิชาไหนก็ไปสอบจริงวิชานั้นได้

  • แต่ละวิชาจะมีจำนวนข้อสอบ 50% ของจำนวนข้อสอบจริง และเวลาก็มี 50% ของเวลาที่ใช้สอบจริงเช่นเดียวกัน
  • การสอบ GED Ready มีหน้าจอ ปุ่ม ระบบจับเวลา เครื่องคิดเลข เหมือนข้อสอบจริง
  • ค่าสอบวิชาละ $7.99
  • GED Ready สามารถทำข้อสอบจาก “ที่ไหนก็ได้” ไม่ต้องไปสอบที่ศูนย์สอบ ซึ่งจะรู้ผลสอบไม่เกิน 5-15 นาที

ใครที่ยังอายุไม่ถึง 18 ปีและส่ง Consent Form เพื่อขอสอบไป แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติก็สามารถสอบ GED Ready ได้ค่ะ

ใครเหมาะกับการสอบ GED

นักเรียนที่ต้องการจบมัธยมปลายให้เร็วกว่าเดิม

นักเรียนจำนวนมากเลือก GED เพราะต้องการ “จบ ม.ปลาย ไวขึ้น” เพื่อลดเวลารอเรียนมหาวิทยาลัย
เช่น

  • เด็กที่มีเป้าหมายและความฝันที่ชัดเจน อยากเข้าคณะอินเตอร์ตั้งแต่อายุยังน้อย

  • คนที่อยากออกแบบเส้นทางการศึกษาเอง ไม่อยากอยู่ในระบบ ม.ปลาย 3 ปีเต็ม

  • ผู้ที่เรียนไปด้วยและทำงานไปด้วย ซึ่งการเรียนในชั้นมัธยมปลายแบบปกติอาจไม่ตอบโจทย์สภาวะการทำงานของเรา

GED เปิดโอกาสให้ผู้สอบสามารถจบวุฒิ ม.ปลายในเวลาเพียง ไม่กี่เดือน หากน้อง ๆ เตรียมตัวมาดีพอ ก็สามารถสอบรอบเดียวผ่านได้อย่างแน่นอนค่ะ!

น้อง ๆ คนไหนที่ยังลังเลว่า จะเรียนม.ปลาย หรือจะไปสอบ GED พี่ลินลินได้เขียนบทความให้น้องไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ น้อง ๆ สามารถคลิกอ่านได้เลย! เพื่อที่จะได้ชั่งใจว่า ทางไหนเหมาะกับเราที่สุดนะคะ

ซึ่งพี่ลินเองก็ส่งนักเรียนและคนดังเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำมาแล้วกว่า 1,000 คน จึงมั่นใจในคุณภาพ และมีความมั่นใจว่าเด็ก ๆ ที่มาเรียนกับ Lyn and Learn จะสามารถสอบรอบเดียวผ่าน

และคอร์สเรียนของเรา ยังทำมาเพื่อตอบโจทย์คนที่อยากเรียน GED แต่ไม่มีเวลา ก็สามารถลงเรียนคอร์สวิดีโอได้ หรือน้อง ๆ คนไหนที่มีเวลา และอยากถามพี่ ๆ ติวเตอร์เดี๋ยวนั้นเลย ก็สามารถมาลงคอร์สเรียนสดก็ได้เช่นกันค่ะ ในคอร์สนี้พี่ลินและติวเตอร์จัดเต็มเทคนิคต่าง ๆ ให้อย่างเต็มที่เลยค่ะ

ปรึกษาฟรี! สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line :@Lynandlearn (มี @)

หรือติดต่อได้ทาง Facebook : Lyn and Learn ติวสอบ GED แบบยืนหนึ่ง

คุณสมบัติผู้สมัครสอบ GED

ผู้สมัครสอบ GED ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปจึงจะสามารถสมัครสอบได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับน้อง ๆ ที่มีอายุระหว่าง 16-17 ปี สามารถสมัครสอบได้เช่นกัน โดยจะต้องให้ผู้ปกครองทำหนังสือแสดงความยินยอม (Parental Consent Form) และส่งไปที่ GED Official ทางอีเมล เพื่อให้ทางศูนย์สอบปลดล็อกรายชื่อและให้สิทธิ์ในการเข้าสอบ GED

ขั้นตอนการสมัครสอบ GED

ในส่วนของขั้นตอนการสมัครสอบ GED แบบละเอียด พี่ลินได้เขียนบทความในเรื่องของการสมัครสอบไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ คลิกอ่านได้เลย!

มหาวิทยาลัยในไทยที่รับวุฒิ GED

ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศไทยที่ยอมรับวุฒิ GED โดยเฉพาะหลักสูตรนานาชาติ (International Program) ซึ่งมุ่งเน้นการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่รับวุฒิ GED ได้แก่:

1. มหาวิทยาลัยรัฐบาล

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    เช่น คณะนานาชาติอย่าง BBA (บริหารธุรกิจ), EBA (เศรษฐศาสตร์) และ BALAC (ศิลปศาสตร์)
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    หลักสูตรอินเตอร์ เช่น BBA (บริหารธุรกิจ), BE (เศรษฐศาสตร์), และ PBIC (วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์)
  • มหาวิทยาลัยมหิดล
    เช่น MUIC (Mahidol University International College) ที่มีสาขาหลากหลาย เช่น Business, Science และ Social Sciences
  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    เช่น หลักสูตรนานาชาติของคณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ

2. มหาวิทยาลัยเอกชน

  • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)
    รับวุฒิ GED ในเกือบทุกสาขา
  • มหาวิทยาลัยรังสิตเช่น หลักสูตรแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และ สถาปัตยกรรม
  • มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

ทั้งนี้ สำหรับหลักสูตรภาคไทย วุฒิ GED ก็สามารถที่จะยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่น้อง ๆ ก็จะต้องดูข้อมูลคะแนนและเกณฑ์การรับเข้าเพิ่มเติม พี่ลินแนะนำให้ตรวจสอบผ่านเว็บ MyTCAS.com หรือ https://course.mytcas.com/ ด้วยนะคะ

ข้อดีของการมีวุฒิ GED

  1. จบการศึกษาเร็วกว่าเส้นทางปกติ
    • ไม่ต้องใช้เวลา 3 ปีในการเรียนมัธยมปลาย สามารถสอบและได้รับวุฒิภายใน 3-6 เดือน (ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัว ถ้าสอบรอบเดียวผ่านก็จบเร็ว)
    • เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว และการสอบ GED คือทางลัดไปสู่ฝันนั้นให้เร็วขึ้น เป็นปี!
  2.  ได้วุฒิระดับสากลที่มหาวิทยาลัยทั่วโลกยอมรับ

    GED ได้รับการรับรองโดย GED Testing Service และมหาวิทยาลัยกว่า 3,000 แห่งทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย ยุโรป และเอเชียหลายประเทศ
    ในไทย หลักสูตรอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำก็รับ GED เกือบทั้งหมด ซึ่งเหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่มีแผนอยากจะเรียนต่อต่างประเทศ 

  3. ใช้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ใหญ่หรือคนทำงาน

    สำหรับผู้ที่ไม่มีวุฒิ ม.ปลาย แต่อยากกลับมาเรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือจำเป็นต้องมีวุฒิเพื่อพัฒนาสายอาชีพ GED เป็นตัวช่วยที่สะดวกที่สุด เพราะ

    • ไม่ต้องกลับไปเรียนเต็มเวลา

    • สอบเมื่อพร้อม

    • วุฒิเป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการ

  4. ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

    การเรียน ม.ปลายแบบปกติใช้ทั้งค่าเทอม ค่าเดินทาง และเวลา 3 ปีเต็ม แต่ GED ช่วยให้

    • เตรียมตัวสอบเอง

    • ลงสอบเฉพาะวิชาที่ต้องการได้เลย ไม่จำเป็นต้องสอบตามลำดับ

    • ไม่ต้องเข้าระบบโรงเรียน ไม่ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน ไม่ต้องนั่งทำการบ้าน ไม่ต้องสอบกลางภาค ปลายภาค

    ในภาพรวมประหยัดทั้งเงินและเวลาได้มาก

  5. ไม่มีวันหมดอายุ

    วุฒิ GED ใช้ได้ตลอดชีวิต ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ยาวนาน ไม่ว่าจะยื่นเรียนเพิ่ม ยื่นงาน หรือใช้ประกอบเอกสารด้านการย้ายประเทศ

ทำไมต้อง Lyn and Learn

✔️ สอนโดย “พี่ลินลิน” ติวเตอร์ GED ที่สอบจริง สอนจริง ปัจจุบันกำลังศึกษาปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา และ จบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยวุฒิ GED แถมคว้ายอดวิวกว่า 3M บน TikTok ด้านการศึกษา!
 
✔️ เน้นพื้นฐานสอบผ่านด้วยตนเอง
 
✔️ หลักสูตรเฉพาะเข้มข้น แต่เข้าใจง่าย
 
การันตีคุณภาพผ่านการสอนมามากกว่า 3 ปี 💚
ปรึกษาและวางแผนการสอบฟรี! สอบถามเพิ่มเติม แอดไลน์เรามาได้เลย!

ศูนย์สอบ GED มีที่ไหนบ้าง

  • Pearson VUE ( pearson professional centers ) : BB Building 10th fl, 54 ถนน อโศกมนตรี แขวง คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 โทรศัพท์: 02 115 2015
  • อาคาร อัลม่า ลิงค์ 25 ซอย ชิดลม แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
  • Thabyay Education Foundation อ.แม่สอด จ. ตาก
  • Movaci Technology 420/11-13, Changklan Rd, Muang, เชียงใหม่ 50100
  • Phuket Academic Language School 66, 19 ถนน วิชิตสงคราม ตำบล กะทู้ อำเภอกะทู้ ภูเก็ต 83120 โทรศัพท์: 081 417 0978
  • King Mongkut’s University of Technology Thonburi จ.กรุงเทพ
  • Assumption University จ.สมุทรปราการ
  • Thammasat Competency Test Center จ.ปทุมธานี
  • Greater Good Education Co., Ltd. จ.ขอนแก่น
  • Payap University จ.เชียงใหม่

คอร์สของเรามีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ชีทติว ไปจนถึง Full Course!

อยากสอบผ่าน GED ในการสอบแค่รอบเดียวมั้ย ?

ติวกับพี่ลินลินและทีม Lyn and Learn มีแบบไหนบ้าง?

  • คอร์สเรียนแบบติวด้วยตนเอง
  • ติวสดออนไลน์กับพี่ลินและพี่ ๆ ติวเตอร์ที่มากประสบการณ์ ไม่เข้าใจตรงไหน ถามตรงนั้นได้เลย!

Set ติวด้วยตนเองมีแบบไหนบ้าง?

  • ชีทสรุปลินลิน อ่านง่าย เนื้อหาแน่น รวบรัด พร้อมสอบ!
  • คอร์สวีดีโอลินลิน ปูพื้นฐานพร้อมเทคนิค เนื้อหาจัดเต็ม กระชับ เข้าใจง่าย

ไม่ว่าจะเลือกติวแบบไหน.. หากไม่เข้าใจถามพี่แอดมินได้ทันที! ไม่ต้องกลัวเคว้งคว้างเลยนะจ๊ะ

เลือกติวกับทีม Lyn and Learn

พาน้อง ๆ สอบผ่านมามากกว่า 1,000 คน เหล่าคนดังก็ไว้วางใจเลือกติวกับพี่ลินลิน

ปรึกษาฟรี! สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line :@Lynandlearn (มี @)

หรือติดต่อได้ทาง Facebook : Lyn and Learn ติวสอบ GED แบบยืนหนึ่ง

This website uses cookies and asks your personal data to enhance your browsing experience. We are committed to protecting your privacy and ensuring your data is handled in compliance with the General Data Protection Regulation (GDPR).